แนวทางการบริหารจัดการวิกฤตสไตล์ Drastic Dave ใน Diageo
ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจทวีความรุนแรง กรณีศึกษาของบริษัทระดับโลกมักมีบทเรียนที่น่าสนใจเสมอ หากจะพูดถึงการปรับตัวครั้งสำคัญ ต้องยกให้กรณีของ Diageo
เจาะลึกวิกฤตที่ทำให้ยักษ์ใหญ่ต้องสั่นคลอน
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ความสำเร็จของแบรนด์อย่าง Johnnie Walker และ Guinness ทำให้บริษัทดูแข็งแกร่งอย่างมาก ปัญหาเริ่มสะสมจนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างรุนแรง
อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ Diageo ต้องรีบปรับตัวมีดังนี้:
- การวางกลยุทธ์ที่ผิดพลาด: การมุ่งเน้นตลาดบนทำใหเสียโอกาสในตลาดระดับกลาง
- ความล่าช้าในการปรับตัวตามกระแสโลก: Diageo ตามไม่ทันกระแสเครื่องดื่มผสมสำเร็จรูปที่กำลังเติบโต
- วิกฤตการผลิตสินค้า: ระบบการผลิตไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้ทันท่วงที
การมาถึงของ "เดฟที่โหดเหี้ยม" และปฏิบัติการผ่าตัดองค์กร
เพื่อให้บริษัทกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง Lewis ผู้เคยฝากผลงานระดับโลกกับ check here Tesco เข้ามารับตำแหน่งด้วยความท้าทาย การเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันแรกสะท้อนถึงความเด็ดขาดในการบริหารจัดการ
การปฏิรูปภายใต้การนำของเขาประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญคือ:
- การปรับเปลี่ยนบุคลากรระดับสูง: การลดขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนโดยการปรับเปลี่ยนตัวบุคคล
- การปรับโครงสร้างภูมิภาคใหม่: การลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานอิสระเพื่อความคล่องตัว
- การให้อำนาจผู้จัดการท้องถิ่น: ความคล่องตัวเกิดจากการที่หน้างานสามารถแก้ปัญหาได้ทันที
สรุปแนวคิดการบริหารที่ได้จากวิกฤตครั้งนี้
จากเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงของ Diageo เราสามารถนำมาปรับใช้ได้ดังนี้: ข้อแรก อย่าหลงระเริงกับชัยชนะที่ผ่านมา การที่องค์กรเคยเป็นผู้นำตลาดไม่ได้หมายความว่าจะเป็นตลอดไปหากไม่ยอมเปลี่ยนมุมมอง
ข้อต่อมา การมองข้ามข้อบกพร่องของตัวเองคือจุดเริ่มต้นของวิกฤต ความล้มเหลวในการอ่านเทรนด์ตลาดคือสิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องรับผิดชอบโดยตรง
สามคือการผ่าตัดองค์กรไม่มีทางเป็นเรื่องที่นุ่มนวล การยอมเสียสละในระยะสั้นคือการลงทุนเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว
และสุดท้าย องค์กรที่ปรับตัวเร็วจะได้เปรียบเสมอ ในโลกที่ขยับเร็ว ใครที่ขยับตัวได้ก่อนย่อมมีโอกาสชนะมากกว่า
เส้นทางของ Diageo ยังคงต้องติดตามกันต่อไป หากการปรับโครงสร้างเป็นไปตามแผน นี่คือกรณีศึกษาที่จะถูกจดจำไปอีกนานในโลกของการบริหารจัดการธุรกิจ